Export Business Frozen Mangosteen Processed

Exported frozen mangosteen In japan In Tokyo and Osaka Available at more than 1,000 supermarkets.

Import Projects Food August 2, 2020 at 12:57 am
600 Yasuda Credits
Pledged of 60,000 Yasuda Credits goal
1
Backers
  • Description
  • FAQ
  • Backers

ประกอบกิจการส่งออกมังคุดแช่แข็ง

พร้อมรับประทาน

Click Open ⇒   https://mangosteen.efood-markets.com/

ที่มาโครงการ

ปัจจุบันผลไม้ไทยสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในตลาดญี่ปุ่น และยังคงมีแนวโน้มจะขยายตลาดต่อไปได้อีก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังนายคาซูยะ นาชิดะเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เข้าพบ ว่า   ได้ขอให้ญี่ปุ่นสนับสนุนผลไม้ไทย 9 ชนิด ได้แก่ มะม่วง ทุเรียน สับปะรด มะพร้าวอ่อน มังคุด สละ มะขามหวาน ส้มโอ และกล้วยดิบ ที่สามารถส่งออกไปญี่ปุ่นได้ ผ่านกิจกรรมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดต่างๆ โดยเฉพาะการขายตรงทางโทรทัศน์ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงได้ง่าย อาทิ TV Direct และ TV Shop Channel เพื่อเป็นการผลักดันผลไม้คุณภาพของไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น

ตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสำคัญลำดับที่ 4  สำหรับสินค้าผลไม้ไทย มีสัดส่วนการส่งออกประมาณร้อยละ 6 ของการส่งออกผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งทั้งหมดของไทย รองจากจีน  ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา   ซึ่งไทยได้มีการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น หรือ JTEPA  มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550  ทำให้สินค้าผลไม้เมืองร้อนของไทยได้รับการยกเลิกภาษีนำเข้าจากญี่ปุ่นทันที เช่น  ทุเรียน  มะละกอ  มะม่วง  มังคุด  มะพร้าว  เป็นต้น   ทั้งนี้  ในปี 2550  ประเทศไทยส่งออกผลไม้สดแช่เย็นไปญี่ปุ่นเป็นปริมาณ 9,193 ตัน  มูลค่า  19.5  ล้านเหรียญสหรัฐฯ   สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่  มะม่วง  กล้วย  ทุเรียน  และมังคุด   และในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2551  ประเทศไทยส่งออกผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งไปญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 4.32  ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 23

ผลไม้ที่ผลิตได้ในประเทศไม่เพียงพอกับการบริโภคสัดส่วนเพียงร้อยละ 40-45 โดยน้ำหนัก การผลิตผลไม้ในญี่ปุ่นโดยรวมมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกลดลง จำนวนคนรุ่นใหม่ทำการเกษตรน้อยลงและต้นทุนการผลิตสูงกว่าผลไม้นำเข้า รวมทั้งผู้บริโภคคำนึงถึงราคามากขึ้น ดังนั้น แม้จำนวนประชากรของญี่ปุ่นลดลง แต่การนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศยังไม่มีแนวโน้มลดลง

ประวัติความเป็นมามังคุด

“มังคุด” ชื่อภาษาอังกฤษคือ “mangosteen” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Garcinia mangostana Linn” มีชื่อเรียกในภาษามลายูว่ามังกุสตาน manggustan  ภาษาอินโดนีเซียเรียกมังกีส, ภาษาพม่าเรียกมิงกุทธี, ภาษาสิงหลเรียกมังกุส, เป็นพันธุ์ไม้ไม่ผลัดใบเขตร้อนชนิดหนึ่งเชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ หมู่เกาะซุนดาและหมู่เกาะโมลุกกะ แพร่กระจายพันธุ์ไปสู่หมู่เกาะอินดีส ตะวันตกเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 24 แล้วจึงไปสู่กัวเตมาลา ฮอนดูรัส ปานามา เอกวาดอร์ ไปจนถึงฮาวาย

ในประเทศไทยมีการปลูกมังคุดมานานแล้วเช่นกัน เพราะมีกล่าวถึงในพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ในสมัยรัชกาลที่ 1 นอกจากนั้น ในบริเวณโรงพยาบาลศิริราช ยังเคยเป็นที่ตั้งของวังที่มีชื่อว่า”วังสวนมังคุด”ในจดหมายเหตุของราชทูต จากศรีลังกาที่เข้ามาของพระสงฆ์ไทย ได้กล่าวว่ามังคุดเป็นหนึ่งในผลไม้ที่นำออกมารับรองคณะทูต

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมังคุด

มังคุดเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-12 เมตร ทุกส่วนมียางสีเหลือง ใบเดี่ยวเนื้อใบหนาและค่อนข้างเหนียวคล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้มเป็นมันท้องใบสีอ่อนกว่า ดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่งสมบูรณ์เพศหรือแยกเพศ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลืองติดอยู่จนเป็นผลกลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม เปลือกนอกค่อนข้างแข็งเมื่อแก่เต็มที่มีสีม่วงแดง ยางสีเหลืองมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 เซนติเมตร เนื้อในมีสีขาวฉ่ำน้ำ อาจมีเมล็ดอยู่ในเนื้อผลได้ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของผลจำนวนกลีบของเนื้อจะเท่ากับจำนวนกลีบดอกที่อยู่ด้านล่างของเปลือกเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร

ส่วนของเนื้อผลที่กินได้ของมังคุดเป็นชั้นเอนโดคาร์ป (endocarp) ซึ่งพัฒนามาจากเปลือกหุ้มเมล็ดเรียกว่า aril มีสีขาว มีกลิ่นหอมส่วนล่างสุดของผลที่เป็นแถบสีเข้ม ที่ติดอยู่เรียงเป็นวงพัฒนามาจากปลายยอด เกสรตัวเมีย (stigma) มีจำนวนเท่ากับจำนวนเมล็ดภายในผลเมล็ดมังคุด เพาะยากและต้องได้รับความชื้นจนกว่าจะงอกเมล็ดมังคุด เกิดจากชั้นนิวเซลลาร์ ไม่ได้มาจากการปฏิสนธิเมล็ดจะงอกได้ทันที เมื่อออกจากผลแต่จะตายทันทีที่แห้งมังคุด มีพันธุ์พื้นเมืองเพียงพันธุ์เดียว แต่ถ้าปลูกต่างบริเวณกันอาจมีความผันแปรไปได้บ้างในประเทศ ไทยจะพบความแตกต่างได้ระหว่างมังคุดในแถบภาคกลางหรือมังคุดเมืองนนท์ที่ผลเล็ก ขั้วยาว เปลือกบาง กับมังคุดปักษ์ใต้ที่ผลใหญ่กว่า ขั้วผลสั้นเปลือกหนา

ประโยชน์ของมังคุด “ราชินีของผลไม้”

1.รับประทานสดเป็นผลไม้ หรือทำเป็นน้ำผลไม้ อย่าง น้ำมังคุด และน้ำเปลือกมังคุด

2.มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย

3.มีฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระต่างๆได้มากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ

4.ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส แข็งแรง

5.ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง

6.มีส่วนช่วยป้องกันอาการไข้ (ไข้ระดับต่ำ)

7.ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

8.ช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า

9.มังคุดรักษาสิว เปลือกมังคุดมีคุณสมบัติในการยัยยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว และยังออกฤทธิ์ต้านสิวอักเสบ

10.มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเครียด

11.ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน โรคเกี่ยวกับระบบประสาท

12.การรับประทานมังคุดเป็นประจำจะช่วยส่งเสริมให้มีสุขภาพจิตดี อารมณ์ดีอยู่เสมอ

13.สารสกัดจากมังคุดช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด ทีเอช 1 และ ทีเอช 17 มีฤทธิ์ช่วยกำจัดและป้องกันการก่อเกิดเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิดได้

14.ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่าง ๆ อย่าง เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร

15.ช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

16.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับทางเดินหัวใจ

17.ช่วยลดความดันโลหิต

18.ช่วยรักษาไทรอยด์เป็นพิษ

19.ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และลดไขมันที่ไม่ดีในเส้นเลือด

20.มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดเนื้องอกในร่างกาย

21.มีสวนช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ด้วยคุณสมบัติในการลดและควบคุมระดับน้ำตาล

22.ช่วยป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้

23.มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการของโรคหอบหืด

24.มีส่วนช่วยบำรุงและรักษาสายตา

25.ช่วยบำรุงสุขภาพช่องปากและเหงือกให้แข็งแรง

26.ช่วยลดกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์

27.ช่วยรักษาและสมานแผลในช่องปากหรือปากแตกให้หายเร็วยิ่งขึ้น

28.ไฟเบอร์จากมุงคุดช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องผูก

29.ช่วยบำรุงและฟื้นฟูความสมดุลภายในกระเพาะอาหาร ด้วยการยับยั้งการเจริญเติบโตเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องร่วง จุกเสียด เกิดแก๊สในกระเพาะและการดูดซึมอาหารบกพร่อง

30.สรรพคุณมังคุด ในทางสมุนไพรจะช่วยแก้อาการท้องเสีย ด้วยการใช้เปลือกมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำหรือย่างไฟ นำมาฝนกับน้ำปูนใส

31.ช่วยแก้อาการท้องร่วงเรื้อรัง อาการถ่ายเป็นมูกเลือด ด้วยการใช้เปลือกสดหรือแห้งฝนกับน้ำรับประทาน หรือจะใช้เปลือกแห้งนำมาต้มกับน้ำดื่มก็ได้ผลเหมือนกัน

32.ช่วยให้ระบบทางเดินปัสสาวะอยู่ในสภาวะปกติ

33.ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วในไต

34.มีส่วนช่วยป้องกันอาการตับเสื่อม ไตวาย

35.ช่วยรักษาอาการข้อเข่าอักเสบ

36.เปลือกของมังคุดมีสารแทนนินที่มีฤทธิ์ฝาดสมาน ทำให้แผลหายเร็ว

37.ช่วยต่อต้านและป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ และไวรัสต่าง ๆ อย่างเชื้อวัณโรค เชื้อ HIV เป็นต้น

38.ช่วยลดอาการอักเสบและมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง (เปลือก)

39.ช่วยยับยั้งการเกิดและใช้รักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ อย่าง กลากเกลื้อน ผดผื่นคันต่าง ๆ ด้วยการใช้เปลือกมังคุดแห้งต้มน้ำอาบ หรือใช้น้ำต้มเปลือกมาทาบริเวณที่เป็น

40.มังคุดสรรพคุณ ทางยาสมุนไพรใช้เพื่อรักอาการน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย ด้วยการใช้เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูนใส

41.เปลือกมังคุดมีสารช่วยป้องกันเชื้อราจึงเหมาะแก่การหมักปุ๋ย

42.นำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น แกง ยำ มังคุดลอยแก้ว ซอสมังคุด เป็นต้น

43.นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่าง มังคุดกวน แยมมังคุด มังคุดแช่อิ่ม ท๊อฟฟี่ มังคุด

44.มังคุดมีสารจีเอ็ม-1 ซึ่งใช้เป็นประกอบในเครื่องสำอาง สำหรับผู้มีปัญหาสภาพผิวเรื้อรังจากสิวและอาการแพ้

45.นำมาแปรรูปเป็นสบู่เปลือกมังคุด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดับกลิ่นเต่า รักษาสิวฝ้า บรรเทาอาการของโรคผิวหนัง

มังคุดป้องกันเชื้อ HIV

มังคุดมีประโยชน์นานัปการ ในส่วนของเชื้อเอชไอวี (HIV) นั้นมังคุดอาจจะไม่ได้ป้องกันเชื้อ HIV แต่ก็ช่วยยับยั้งเชื้อ HIV บางตัว โดยศ.พิชญ์ ศุภผล อาจารย์วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวไว้ดังนี้

เปลือกมังคุดมีคุณสมบัติมากหลายหากนำเปลือกด้านในของมังคุดมาผ่านกรรมวิธีพิเศษทางเคมีจะสามารถสกัดได้สารแซนโทน (Xanthones) ในปริมาณสูงซึ่งสารดังกล่าวมีสรรพคุณทางการแพทย์ที่สำคัญ คือ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ สมานแผล รักษาเซลล์มะเร็งฆ่าเชื้อก่อโรคทางเดินระบบหายใจร้ายแรงได้ และมีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อไวรัส HIV บางตัว

มังคุดรักษาโรคมะเร็ง

นอกจากนี้หัวหน้าทีมวิจัย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตราผู้ก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย กล่าวว่าสารสกัดจากมังคุดสามารถสร้างเม็ดเลือดขาว TH-1 ที่เป็นสารช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายและสามารถป้องกันโรคได้โดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง

โดยสารสกัดจากมังคุดช่วยสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดทีเอช 1 (Th1) และ ทีเอช 17 (Th17) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยกำจัดและป้องกันการก่อเกิดเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิดได้และน้ำมังคุดยังสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดเทร็ก (Treg) ที่ช่วยจัดระเบียบให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสมดุลขณะที่ผลทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายพบว่าคนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

คุณค่าทางโภชนาการ ในมังคุด 100 กรัม

    • แคลอรี 60-63
    • น้ำ 20-84.90 กรัม
    • โปรตีน 50-0.60 กรัม
    • ไขมัน 10-0.60 กรัม
    • แคลเซียม 01-8.00 มิลลิกรัม
    • เหล็ก 20-0.80 มิลลิกรัม
    • กรดแอสคอร์ปิก 0-2.00 มิลลิกรัม
    • คาร์โบไฮเดรต 30-15.60 กรัม
    • ใยอาหาร 00-5.10 กรัม
    • เถ้า 20-0.23 กรัม
    • ซูโครส กลูโคส ฟรุกโตส 42-16.62 กรัม
    • ฟอสฟอรัส 02-12.00 มิลลิกรัม
    • ไทอามีน 03 มิลลิกรัม

แม้มังคุดจะมีรสชาติหวานแต่มีพลังงานต่ำ แคลอรี่น้อย จึงไม่ต้องกลัวอ้วนแถมทางการแพทย์นั้นยังยืนยันว่ามังคุดเป็นอาหารเสริมที่ดีซึ่งช่วยลดความอ้วนได้ด้วยมังคุดเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยสูงจึงเป็นประโยชน์ต่อการขับถ่ายทำให้ท้องไม่อืด และป้องกันมะเร็งลำไส้ได้จึงนับว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก

แหล่งค้นพบ

สำหรับแหล่งที่ค้นพบการปลูกมังคุด  พบว่ามีการปลูกมากในแถบภาคใต้ของประเทศไทย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์พื้นที่ปลูกประมาณ 61 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ปลูกทั้งหมดในประเทศ สำหรับภาคใต้พบว่ามีการปลูกในทุกจังหวัดของภาคใต้ จังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมาก ได้แก่ จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา นราธิวาส และจังหวัดสุราษฏร์ธานีตามลำดับ  และเนื่องมาจากลักษณะภูมิประเทศของภาคใต้เป็นคาบสมุทรที่ทอดยาว ประกอบกับมีภูเขาสูงอยู่กลางพื้นที่ ทำให้ช่วงออกดอกและการเก็บเกี่ยวแตกต่างกัน คือ แหล่งปลูกบริเวณฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดระนองและจังหวัดพังงา  มังคุดจะออกดอกประมาณเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะมีการออกดอกก่อนแหล่งปลูกทางฝั่งอ่าวไทย  คือประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม

มังคุดเป็นไม้ผลเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบปลูกมากในประเทศไทย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชาพมและ ฟิลิปปินส์ โดประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตมังคุดมากที่สุดในโลก รองลงมา คือ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย โดยแหล่งปลูกมังคุดทีสำคัญของไทยจะอยู่บริเวณพื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันออก โดยภาคใต้คิดเป็นพื้นที่ปลูก และให้ผลผลิตมากที่สุดดอกออกเป็นคู่หรือเดี่ยว แทงออกตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ซึ่งจะออกจากกิ่งที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป ดอกมีกลีบแดงสีแดงฉ่ำ ทั้งนี้ มังคุดจะออกดอกได้เมื่อต้นผ่านเข้าหน้าแล้งได้ 20-30 วัน และหลังจากนั้น ได้รับน้ำกระตุ้นก็พร้อมที่จะออกดอก ระยะหมังคุดมีผลทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3.2-7 เซนติเมตร เปลือกมังคุดหนาประมาณ 0.7-1.0 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง และเปลี่ยนเป็นสีเขียว เขียวเข้มเขียวอมม่วง สีม่วง และสีดำเมื่อสุกจัด เปลือกด้านนอกมีลักษณะแข็ง เป็นมัน เปลือกด้านในอ่อน มีสีม่วงแดง ถัดมาเป็นเนื้อผลมีลักษณะเป็นรอน 4-8 รอน แต่ละรอนห่อหุ้มเมล็ด 1 เมล็ด เนื้อผลมีสีขาว อ่อนนุ่มคล้ายวุ้น มีเส้น vein สีชมพูติดอยู่ ให้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ทั้งนี้ ผลสามารถเก็บได้หลังดอกบานแล้ว 11-12 สัปดาห์ลังจากแทงตาดอกถึงดอกบานใช้เวลาประมาณ 30 วัน

แนวคิดทางธุรกิจ

    1. ส่งออก “มะม่วงแช่แข็ง” พร้อมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น
    2. ส่งออก “มังคุดแช่แข็ง” พร้อมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น
    3. ส่งออก “ทุเรียนแช่แข็ง” พร้อมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น
    4. ส่งออก “สัปปะรดแช่แข็ง” พร้อมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น

ปัจจัยความสำเร็จ

ผู้บริหารเป็นชาวญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เชี่ยวชาญด้านการตลาดด้วยประสบการณ์

  • ลูกค้าในเครือซุปเปอร์มาเก๊ตมีความพึงพอใจและออเดอร์สินค้าเพื่อวางจำหน่ายทีญี่ปุ่น
  • ตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • เสร็จสมบูรณ์ตามงบประมาณ
  • ส่งตรงเวลา
  • ผลไม้สดจากประเทศไทยที่อนุญาตให้นำเข้า มีเพียง 8 ชนิด คือ มะม่วง (อนุญาตเฉพาะพันธุ์หนังกลางวัน พิมเสน น้ำดอกไม้ มหาชนก และแรด) มังคุด ทุเรียน สับปะรด มะพร้าว กล้วย สละ และมะขามหวาน

ผลไม้สดจากประเทศไทยที่อนุญาตให้นำเข้า มีเพียง 8 ชนิด คือ มะม่วง (อนุญาตเฉพาะพันธุ์หนังกลางวัน พิมเสน น้ำดอกไม้ มหาชนก และแรด) มังคุด ทุเรียน สับปะรด มะพร้าว กล้วย สละ และมะขามหวาน

แผนการจัดการความเสี่ยง

การประกอบธุรกิจการส่งออกผลไม้แช่แข็งแปรรูปเราส่งออกครั้งละ 1 ตู้คอนเทรนเนอร์เล็กเท่ากับจำนวนสินค้า 4,8000 ชิ้นเราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมแผนสำรองเพื่อรองรับเหตุการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อระบายสินค้าออกโดยไม่ต้องสต๊อกสินค้าไว้นานจนสินค้าเกิดการค้าขายกับ บริษัทโดยการจัดซื้อสินค้าในคลังที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเพราะสินค้าของเราชาวต่างชาติให้การตอบรับดีทีสุดสามารถระบายและกระจ่ายสินค้าได้ไวอย่างต่อเนื่อง    ดังต่อไปนี้

1.Gonrnet Market  เอ็มโพเรียม

2.Gonrnet Market  เอ็มควอเทียร์

3.Gourmet Market  พารากอน

4.Gourmet Market  เทอร์มินอล 21,

5.Top supermarket,

6.Max Vala

ไลน์ผลิตสินค้า

กลยุทธ์

ด้านมาตรฐานคุณภาพสินค้า

เรามี บริษัท ผู้ผลิต  บริษัท กรีนเดลี่ฟูดส์ จำกัด (GREEN DELI FOODS CO., LTD.) บริษัท เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2546 ด้วยทุน 15,000,000 บาทซึ่งมีมากกว่า 18 ปีซึ่งได้รับ การรับรองมาตรฐาน FSSC2200: V5, ISO: 2018, GMP, HALAL, KOSHER, มกษ 9023, มกษ 9024, มกษ. 9046 ได้รับการรับรองจากระบบประกันคุณภาพ HACCP สำหรับผลไม้แช่แข็งจากอินเตอร์เทค Thailand Certifiled HACCP สำหรับระบบกระบวนการผลิตผลไม้แช่แข็งคุณภาพจาก Intertek Thailand มีช่องแข็งแบบ IQF ที่โซฟามิ – 75 องศาอาจจะเย็นภายใน 5-10 นาที 1 ชั่วโมงสามารถผลิตได้ 1,000 ข้อและแพ็คสินค้าแบบท๊อป สินค้าสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้โดย ที่สินค้ามีคิวอาร์โค๊ดติดอยู่บอกถึงจุดเริ่มต้นของกระบวนการผลิตจนถึงมือลูกค้าและไม่ผลิตสินค้าเก็บไว้ในสต๊อกจะผลิตสินค้าตามออเดอร์ของลูกค้าวัดหมดอายุสินค้า 1 ปีนับจากวันผลิต

ด้านราคา

สถานที่จำหน่ายปลีกผลไม้ในญี่ปุ่น มีทั้ง ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีผลไม้หลากหลายชนิดจำหน่ายทั้งผลไม้สดทั้งผล และผลไม้แบ่ง/หั่นชิ้น นอกจากนี้มีร้านจำหน่ายผัก-ผลไม้โดยเฉพาะ รวมทั้งร้านสะดวกซื้อบางแห่ง นอกจากจำหน่ายผลไม้หั่นชิ้นพร้อมรับประทาน มีผลไม้บางชนิดเช่น กล้วย ส้ม แอปเปิล เป็นต้น วางจำหน่ายด้วย

ราคามังคุดสดตลาดญี่ปุ่น ราคา 80-150 เยนต่อผล  30-50 บาทต่อผล

ส่งออกญี่ปุ่นทั่วไป                  “มังคุดแช่แข็งแปรรูป”  น้ำหนัก  120 g    ราคา    88.48   บาท

ส่งออกซุปเปอร์มาเก๊ตญี่ปุ่น  “มังคุดแช่แข็งแปรรูป”   น้ำหนัก  120 g    ราคา  104.80  บาท

ด้านการตลาด

1.เราส่งออกและวางสินค้ามังคุดแช่แข็งแปรรูป ที่ซุปเปอร์มาเก๊ตในญี่ปุ่น โตเกียวและโอซาก้าถึง 1,200 สาขา

2.พัฒนาระบบการผลิต และ ระบบคุณภาพมาตรฐานสูง

3.สร้าง Brand ของผลไม้ โดยเน้นเรื่องเอกลักษณ์ด้านคุณค่าและสายพันธุ์ที่โดดเด่น

4.พัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้สามารถยืดอายุของผลผลิต เหมาะสมกับตลาดเพื่อการส่งออกติดฉลากโภชนาการ ระยะเวลาในการรับประทาน การเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม

5.ภาครัฐควบคุมกำกับดูแลการเพาะปลูกให้ได้ปริมาณความต้องการของตลาด

เป้าหมายการส่งออก (Export Ob jective)

1-3 ตู้คอนเทนเนอร์ ต่อเดือนภายในระยะเวลา 1 ปี

⇒การส่งออกผลไม้ไทยเป็นแบรนด์สินค้า มะม่วงแช่แข็งแปรรูป
•พื้นที่การส่งออกที่ญี่ปุ่นใน 2 จังหวัด และวางจำหน่ายที่ซุปเปอร์มาเก๊ต
•ผลิตจากผลมะม่วงสุกเพราะปลูกที่ประเทศไทยตามฤดูกาลและมีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณะด้วยสายพันธุ์
•สร้าง Brand ของผลไม้ โดยเน้นเรื่องเอกลักษณ์ด้านคุณค่าและสายพันธุ์ที่โดดเด่น
•พัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้สามารถยืดอายุของผลผลิต เหมาะสมกับตลาดเพื่อการ
•ส่งออกติดฉลากโภชนาการ ระยะเวลาในการรับประทาน การเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม
⇒ภาครัฐควบคุมกำกับดูแลการเพาะปลูกให้ได้ปริมาณความต้องการของตลาด

การวิเคราะห์  (SWOT Analysis)

จุดแข็ง( strengths)

–  ภาคใต้ของประเทศไทยเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญของมังคุด

–  กลุ่มชาวเกษตรกรไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวมังคุดตามฤดูกาลเป็นอย่างมาก

– ประเทศไทยมีภูมิอากาศเหมาะสมกับการปลูกพืชผลไม้ไทยที่มีรสชาติดีเป็นเอกลักษณะ

– ผลิตสินค้าได้ตรงตรามความต้องการของตลาด

– ผู้บรโภคในญี่ปุ่นนิยมผลไม้ไทยเนื่องจากจากมีรสชาติที่โด่ดเด่นเป็นที่นิยม

– เทคโนโลยีการผลิตผลไม้แช่แข็งของไทยระดับสูงมากกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิถาคที่มีสินค้าประเภทเดียวกัน

– โรงงานผลิตสินค้าด้วยระบบคุณภาพที่มีมาตรฐานสูง

–  จัดทำและโปรโมทเว็บไซต์ที่ญี่ปุ่น  https://mangosteen.efood-markets.com/

จุดอ่อน ( weaknesses)

– ขาดเทคโนโลยีระดับที่พัฒนาแล้วทั้งด้านในการขนส่งบรรจุภัณฑ์รวมไปถึงการขนส่งที่เหมาะสมหน่วยงานการผลิตสูงสินค้าและคุณภาพไม่ได้ตามที่ตลาดต้องการ

– ทีมขาดความชำนาญด้านการส่งออก

โอกาส ( opportunities)

– ญี่ปุ่นเน้นส่งเสริมสินค้าเกษตรคุณภาพสูง

– ผลไม้ไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาดญี่ปุ่น

– มีการติดต่อธุรกิจส่งออกกับญี่ปุ่นโดยตรงที่ซุบเปร์อมาเก๊ตที่โตเกียวกับโอซาก้า

-ผลจากความตกลง JTEPA ญี่ปุ่นได้เปิดตลาดผลไม้ให้แก่ไทย คือ ยกเลิกภาษีทันทีตั้งแต่ความตกลงมีผลใช้บังคับ เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2552 แก่ ผลไม้สด แช่เย็นแช่แข็ง ทุเรียน มะม่วง มังคุด

อุปสรรค์ ( threats)

– ญี่ปุ่นเข็มงวดเรื่องนำเข้าผักผลไม้อย่างมาก

– ค่าขนส่งราคาสูงทำให้ผลไม้มีราคาแพง

– การเก็บรักษาต้องอยู่ในอุณภมิที่กำหนดในแบบฟิตในตู้เก็บความเย็น -18 ถึง -30 องศาเซลเซียล

-มาตรการด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี

-ญี่ปุ่นมีกฎหมายควบคุมการนำเข้าผลไม้สด คือ กฎหมายป้องกันโรคพืช (Plant Protection Law) กฎหมายสุขอนามัยของอาหาร (Food Sanitation Law) และกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานและการปิดฉลากของสินค้าเกษตร และป่าไม้ (The Law Concerning Standardization and Proper Labeling of Agriculture and Forestry Product) สรุปข้อกำหนดสำคัญในการนำเข้า ดังนี้

Click Open ⇒ ขั้นตอนการส่งออกผัก ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง


ช่องทางการติดต่อ

Mail: info@yt-crypto.com

Tel :  02-8215885, 097-2652936

บริษัท วาย. ทีคริปโตแมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด

สำนักงานใหญ่ 173 / 36-173 / 37 ตึกแถวชั้น 27

ถนนสาทรใต้แขวงทุ่งมหาเมฆเขตสาทรกทม. 10120

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105561196935

Translate »