Business export frozen pineapple

Entrepreneurship, export, Japan, frozen pineapple ready to eat.

Import Projects Food August 23, 2020 at 1:02 am
0 Yasuda Credit
Pledged of 40,000 Yasuda Credits goal
0
Backers
  • Description
  • Backers

ประกอบกิจการส่งออกสัปปะรดแช่แข็ง

พร้อมรับประทาน

Click Open ⇒  https://pineapple.efood-markets.com/

ประวัติและความเป็นมา

สับปะรด มีต้นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกาใต้ มีความ ทนทานต่อสถาพแวดล้อมต่าง ๆได้ดี และจัดว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจของบ้านเราด้วย แหล่งปลูกที่สำคัญ ๆมักจะอยู่ใกล้ ๆทะเล เช่น ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี หรืออุตรดิษถ์ ลำปาง พิษณุโลก เป็นต้น สำหรับพันธุ์ที่นิยมปลูกในบ้านเราก็มีหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ปัตตาเวีย (สัปปะรดศรีราชา ผลใหญ่ เนื้อฉ่ำสีเหลืองอ่อน), พันธุ์อินทรชิต (หรือพันธุ์พื้นเมือง), พันธุ์ภูเก็ต (ผลเล็กเปลือกหนา เนื้อสีเหลือง หวานกรอบ), พันธุ์นางแล (พันธุ์น้ำผึ้ง เนื้อจะเข้มเหลือง รสออกหวานจัด) เป็นต้น

สับปะรด จัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอีกชนิดหนึ่ง โดยประโยชน์ของสับปะรดนั้นมีอยู่หลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆจำนวนมาก ซึ่งได้แก่ คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 กรดโฟลิก ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุแมงกานีส ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพเราเป็นอย่างมาก และสรรพคุณสับปะรดทางสมุนไพรนั้น ก็ชวยรักษาอาการต่าง ๆได้อย่างหลากหลายเช่นกัน เช่น โรคบิด โรคนิ่ว ช่วยบรรเทาอาการแผล เป็นหนอง ขับปัสสาวะ เป็นต้น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

สับปะรด ชื่อสามัญ Pineapple

สับปะรด ชื่อวิทยาศาสตร์ Ananas comosus

จัดอยู่ในวงศ์สับปะรด (BROMELIACEAE)

และอยู่ในวงศ์ย่อยBROMELIOIDEAE

สับปะรด มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มะนัด มะขะนัด บ่อนัด (ภาคเหนือ),

บักนัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),

ย่านัด ขนุนทอง (ภาคใต้) เป็นต้น

ประโยชน์สัปปะรด

ลักษณะเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 90-100 ซม. มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ ซ้อนกันถี่มากรอบต้น กว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ไม่มีก้านใบ ดอกช่อออกจากกลางต้น มีดอกย่อยจำนวนมาก ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีใบเป็นกระจุกที่ปลาย

สับปะรดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย

สับปะรดแบ่งออกตามลักษณะความเป็นอยู่ได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือพวกที่มีระบบรากหาอาหารอยู่ในดิน หรือเรียกว่าไม้ดิน, พวกอาศัยอยู่ตามคาคบไม้หรือลำต้นไม้ใหญ่ ได้แก่ ไม้อากาศต่าง ๆ ที่ไม่แย่งอาหารจากต้นไม้ที่มันเกาะอาศัยอยู่ พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ประดับ, และพวกที่เจริญเติบโตบนผาหินหรือโขดหิน

ส่วนสับปะรดที่เราใช้บริโภคจัดเป็นไม้ดิน แต่ยังมีลักษณะบางประการของไม้อากาศเอาไว้ คือ สามารถเก็บน้ำไว้ตามซอกใบได้เล็กน้อยมีเซลล์พิเศษสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ในใบ ทำให้ทนทานในช่วงแล้งได้

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

สับปะรดต้องการอากาศค่อนข้างร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 23.9-29.4℃ ปริมาณน้ำฝนที่ต้องการอยู่ในช่วง 1,000-1,500 มิลลิเมตรต่อปี แต่ต้องตกกระจายสม่ำเสมอตลอดปี และมีความชื้นในอากาศสูง

สับปะรดชอบขึ้นในดินร่วน,ดินร่วนปนทราย,ดินปนลูกรัง,ดินทรายชายทะเล และชอบที่ลาดเท เช่น ที่ลาดเชิงเขา สภาพความเป็นกรดด่าง (pH) ของดินควรเป็นกรดเล็กน้อย คือตั้งแต่ 4.5-5.5 แต่ไม่เกิน 6.0

สรรพคุณสัปปะรด

1.ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง

2.ช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง

3.ช่วยบรรเทาและรักษาอาการหวัดได้

4.ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีมากขึ้น

5.ช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง ป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหงือก

6.ช่วยบรรเทาอาการร้อน กระสับกระส่าย หิวน้ำ

7.ช่วยแก้อาการท้องผูก ขับถ่ายไม่สะดวก

8.ช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีน

9.ฃช่วยลดเสมหะในลำคอได้

10.ช่วยในการขับปัสสาวะ ปัสสาวะไม่ออก

11.ช่วยรักษาโรคนิ่ว

12.ช่วยรักษาโรคไตอักเสบ

13.ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

14.ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ

15.ช่วยบรรเทาอาการของโรคบิด

16.เชื่อว่าช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคนิ้วล็อก(Trigger finger)

17.ช่วยรักษาอาการบวมน้ำ

18.ช่วยรักษาอาการแผลเป็นหนอง

19.ช่วยแก้ปัญหาส้นเท้าแตก

20.ช่วยลดการอักเสบจากบาดแผล

21.เป็นยารักษาโรคผิวหนัง

22.ใบสด นำมาใช้เป็นยาถ่ายหรือยาฆ่าพยาธิได้

23.ผลดิบสามารถนำมาใช้ห้ามเลือดได้

24.ผลดิบสับปะรดช่วยขับประจําเดือน

25.ส่วนของรากสับปะรดนำมาใช้เป็นยาแก้กระษัย บำรุงไตได้

26.หนามของสับปะรดช่วยแก้พิษฝีต่าง ๆ ได้

ประโยชน์ของสับปะรด

1.ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอยู่เสมอ

2.ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและความแก่ชรา

3.สับปะรดเป็นผลไม้ที่เมื่อรับประทานแล้วจะรู้สึกสบายท้อง ไม่รู้สึกอึดอัด

4.ใช้นำมารับประทานเป็นผลไม้ หรือนำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงสับปะรด เป็นต้น

5.นำมาใช้แปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง ทำเป็นสับปะรดกวนก็ได้

6.การแปรรูปสับปะรดอื่น ๆ เช่น การทําไวน์สับปะรด แยมสับปะรด เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการ

พลังงาน 50 กิโลแคลอรี                                                คาร์โบไฮเดรต 13.12 กรัม

น้ำตาล 9.85 กรัม                                                       เส้นใย 1.4 กรัม

รูปสับปะรดไขมัน 0.12 กรัม                                            โปรตีน 0.54 กรัม

วิตามินบี 1 0.079 มิลลิกรัม 7%                                        วิตามินบี 2 0.032 มิลลิกรัม 3%

วิตามินบี 3 0.5 มิลลิกรัม 3%                                           วิตามินบี 5 0.213 มิลลิกรัม 4%

วิตามินบี 6 0.112 มิลลิกรัม 9%                                        วิตามินบี 9 18 ไมโครกรัม 5%

โคลีน 5.5 มิลลิกรัม 1%                                                 วิตามินซี 47.8 มิลลิกรัม 58%

ธาตุแคลเซียม 13 มิลลิกรัม 1%                                         ธาตุเหล็ก 0.29 มิลลิกรัม 2%

ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม 3%                                       ธาตุแมงกานีส 0.927 มิลลิกรัม 44%

ธาตุฟอสฟอรัส 8 มิลลิกรัม 1%                                         ธาตุโพแทสเซียม 109 มิลลิกรัม 2%

ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%                                            ธาตุสังกะสี 0.12 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

การรับประทานสับปะรดแนะนำให้ทานสด ๆ ไม่ผ่านกระบวนการประกอบอาหารหรือผ่านความร้อนเพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามิน โดยสับปะรดที่เริ่มนิ่มแล้วและมีน้ำเหนียว ๆ ไหลออกมา แสดงว่าเริ่มเน่าหรือสุกมากจนเกินไป จึงไม่ควรรับประทาน

ที่มาโครงการ

ปัจจุบันผลไม้ไทยสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในตลาดญี่ปุ่น และยังคงมีแนวโน้มจะขยายตลาดต่อไปได้อีก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังนายคาซูยะ นาชิดะเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เข้าพบ ว่า   ได้ขอให้ญี่ปุ่นสนับสนุนผลไม้ไทย 9 ชนิด ได้แก่ มะม่วง ทุเรียน สับปะรด มะพร้าวอ่อน มังคุด สละ มะขามหวาน ส้มโอ และกล้วยดิบ ที่สามารถส่งออกไปญี่ปุ่นได้ ผ่านกิจกรรมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดต่างๆ โดยเฉพาะการขายตรงทางโทรทัศน์ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงได้ง่าย อาทิ TV Direct และ TV Shop Channel เพื่อเป็นการผลักดันผลไม้คุณภาพของไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น

ตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสำคัญลำดับที่ 4  สำหรับสินค้าผลไม้ไทย มีสัดส่วนการส่งออกประมาณร้อยละ 6 ของการส่งออกผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งทั้งหมดของไทย รองจากจีน  ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา   ซึ่งไทยได้มีการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น หรือ JTEPA  มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550  ทำให้สินค้าผลไม้เมืองร้อนของไทยได้รับการยกเลิกภาษีนำเข้าจากญี่ปุ่นทันที เช่น  ทุเรียน  มะละกอ  มะม่วง  มังคุด  มะพร้าว  เป็นต้น   ทั้งนี้  ในปี 2550  ประเทศไทยส่งออกผลไม้สดแช่เย็นไปญี่ปุ่นเป็นปริมาณ 9,193 ตัน  มูลค่า  19.5  ล้านเหรียญสหรัฐฯ   สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่  มะม่วง  กล้วย  ทุเรียน  และมังคุด   และในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2551  ประเทศไทยส่งออกผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งไปญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 4.32  ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 23

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นำเข้าผลไม้สดในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก จากการรายงานของสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงโตเกียว แจ้งว่าเมื่อในปัจจุบันญี่ปุ่นมีการนำเข้าถึงผลไม้ถึง ๑.๘ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า ๘๓,๐๐๐ล้านบาท ผลไม้ที่นำเข้าที่สำคัญนอกจากกล้วยหอม ส้ม กีวี อะโวกาโด องุ่น เชอรี่มะละกอ แล้วนั้นคือมะม่วงซึ่งมีประเทศฟิลิปปินส์เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ในขณะที่ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตมะม่วงได้ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกรชาวสวนมะม่วงพัฒนาการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นอย่างยั่งยืน

ผลไม้ที่ผลิตได้ในประเทศไม่เพียงพอกับการบริโภคสัดส่วนเพียงร้อยละ 40-45 โดยน้ำหนัก การผลิตผลไม้ในญี่ปุ่นโดยรวมมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกลดลง จำนวนคนรุ่นใหม่ทำการเกษตรน้อยลงและต้นทุนการผลิตสูงกว่าผลไม้นำเข้า รวมทั้งผู้บริโภคคำนึงถึงราคามากขึ้น ดังนั้น แม้จำนวนประชากรของญี่ปุ่นลดลง แต่การนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศยังไม่มีแนวโน้มลดลง

แนวคิดทางธุรกิจ

    1. ส่งออก “มะม่วงแช่แข็ง” พร้อมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น 
    2. ส่งออก “มังคุดแช่แข็ง” พร้อมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น
    3. ส่งออก “ทุเรียนแช่แข็ง” พร้อมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น
    4. ส่งออก “สัปปะรดแช่แข็ง” พร้อมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น

ปัจจัยความสำเร็จ

ผู้บริหารเป็นชาวญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เชี่ยวชาญด้านการตลาดด้วยประสบการณ์

•ลูกค้าในเครือซุปเปอร์มาเก๊ตมีความพึงพอใจและออเดอร์สินค้าเพื่อวางจำหน่ายทีญี่ปุ่น
•ตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
•เสร็จสมบูรณ์ตามงบประมาณ
•ส่งตรงเวลา

ผลไม้สดจากประเทศไทยที่อนุญาตให้นำเข้า มีเพียง 8 ชนิด คือ มะม่วง (อนุญาตเฉพาะพันธุ์หนังกลางวัน พิมเสน น้ำดอกไม้ มหาชนก และแรด) มังคุด ทุเรียน สับปะรด มะพร้าว กล้วย สละ และมะขามหวาน

แผนการจัดการความเสี่ยง

ญี่ปุ่นจะไม่สั่งซื้อสับปะรดเพียง 3 เดือน คือ พ.ค. มิ.ย. และก.ค. เพราะเป็นช่วงที่สับปะรดในประเทศออกผล จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนส่งออกสับปะรดไปยังญี่ปุ่นทุกเดือนในช่วง 9 เดือน โดยจะต้องผลิตให้ได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 30 ตัน ส่วนวิธีการขนส่งนั้น จะใช้วิธีส่งทางเรือ มีระยะเวลาเดินทางรวม 10 วัน

การประกอบธุรกิจการส่งออกผลไม้แช่แข็งพร้อมรับประทานเราส่งออกครั้งละ 1 ตู้คอนเทรนเนอร์เล็กเท่ากับจำนวนสินค้า 4,8000 ชิ้นเราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมแผนสำรองเพื่อรองรับเหตุการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อระบายสินค้าออกโดยไม่ต้องสต๊อกสินค้าไว้นานจนสินค้าเกิดการค้าขายกับ บริษัท โดยการจัดซื้อสินค้าในคลังที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะสินค้าของเราชาวต่างชาติ ให้การตอบรับดีทีสุดสามารถระบายและกระจ่ายสินค้า ได้ไวอย่างต่อเนื่องและซุปเปอร์มาคร์เก๊ต

ดังต่อไปนี้

          1. Gonrnet Market  เอ็มโพเรียม
          2. Gonrnet Market  เอ็มควอเทียร์
          3. Gourmet Market  พารากอน
          4. Gourmet Market  เทอร์มินอล 21
          5. Top supermarket
          6. Max Vala

ไลน์ผลิตสินค้า

กระบวนการผลิต

กลยุทธ์ด้านคุณภาพสินค้า

เรามี บริษัท ผู้ผลิต  บริษัท กรีนเดลี่ฟูดส์ จำกัด (GREEN DELI FOODS CO., LTD.) บริษัท เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2546 ด้วยทุน 15,000,000 บาทซึ่งมีมากกว่า 18 ปีซึ่งได้รับ การรับรองมาตรฐาน FSSC2200: V5, ISO: 2018, GMP, HALAL, KOSHER, มกษ 9023, มกษ 9024, มกษ. 9046 ได้รับการรับรองจากระบบประกันคุณภาพ HACCP สำหรับผลไม้แช่แข็งจากอินเตอร์เทค Thailand Certifiled HACCP สำหรับระบบกระบวนการผลิตผลไม้แช่แข็งคุณภาพจาก Intertek Thailand มีช่องแข็งแบบ IQF ที่โซฟามิ – 75 องศาอาจจะเย็นภายใน 5-10 นาที 1 ชั่วโมงสามารถผลิตได้ 1,000 ข้อและแพ็คสินค้าแบบท๊อป สินค้าสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้โดย ที่สินค้ามีคิวอาร์โค๊ดติดอยู่บอกถึงจุดเริ่มต้นของกระบวนการผลิตจนถึงมือลูกค้าและไม่ผลิตสินค้าเก็บไว้ในสต๊อกจะผลิตสินค้าตามออเดอร์ของลูกค้าวัดหมดอายุสินค้า 1 ปีนับจากวันผลิต

กลยุทธ์ด้านราคา

สถานที่จำหน่ายปลีกผลไม้ในญี่ปุ่น มีทั้ง ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีผลไม้หลากหลายชนิดจำหน่ายทั้งผลไม้สดทั้งผล และผลไม้แบ่ง/หั่นชิ้น นอกจากนี้มีร้านจำหน่ายผัก-ผลไม้โดยเฉพาะ รวมทั้งร้านสะดวกซื้อบางแห่ง นอกจากจำหน่ายผลไม้หั่นชิ้นพร้อมรับประทาน มีผลไม้บางชนิดเช่น กล้วย ส้ม แอปเปิล เป็นต้น วางจำหน่ายด้วย

Y.T Price       37  ฿

Japan Price  44 ฿

ด้านการตลาด

1.เราส่งออกและวางสินค้ามังคุดแช่แข็งแปรรูป ที่ซุปเปอร์มาเก๊ตในญี่ปุ่น โตเกียวและโอซาก้าถึง 1,200 สาขา

2.พัฒนาระบบการผลิต และ ระบบคุณภาพมาตรฐานสูง

3.สร้าง Brand ของผลไม้ โดยเน้นเรื่องเอกลักษณ์ด้านคุณค่าและสายพันธุ์ที่โดดเด่น

4.พัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้สามารถยืดอายุของผลผลิต เหมาะสมกับตลาดเพื่อการส่งออกติดฉลากโภชนาการ ระยะเวลาในการรับประทาน การเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม

5.ภาครัฐควบคุมกำกับดูแลการเพาะปลูกให้ได้ปริมาณความต้องการของตลาด

เป้าหมายการส่งออก (Export Ob jective)

ส่งออก 25 ตู้คอนเทนเนอร์ กำหนดภายในระยะเวลา 1 ปี

⇒การส่งออกผลไม้ไทยเป็นแบรนด์สินค้า มะม่วงแช่แข็งแปรรูป
•พื้นที่การส่งออกที่ญี่ปุ่นใน 2 จังหวัด และวางจำหน่ายที่ซุปเปอร์มาเก๊ต
•ผลิตจากผลมะม่วงสุกเพราะปลูกที่ประเทศไทยตามฤดูกาลและมีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณะด้วยสายพันธุ์
•สร้าง Brand ของผลไม้ โดยเน้นเรื่องเอกลักษณ์ด้านคุณค่าและสายพันธุ์ที่โดดเด่น
•พัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้สามารถยืดอายุของผลผลิต เหมาะสมกับตลาดเพื่อการ
•ส่งออกติดฉลากโภชนาการ ระยะเวลาในการรับประทาน การเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม
⇒ภาครัฐควบคุมกำกับดูแลการเพาะปลูกให้ได้ปริมาณความต้องการของตลาด

การวิเคราะห์  (SWOT Analysis)

จุดแข็ง( strengths)

–  ภาคใต้ของประเทศไทยเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญของมังคุด

–  กลุ่มชาวเกษตรกรไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวมังคุดตามฤดูกาลเป็นอย่างมาก

– ประเทศไทยมีภูมิอากาศเหมาะสมกับการปลูกพืชผลไม้ไทยที่มีรสชาติดีเป็นเอกลักษณะ

– ผลิตสินค้าได้ตรงตรามความต้องการของตลาด

– ผู้บรโภคในญี่ปุ่นนิยมผลไม้ไทยเนื่องจากจากมีรสชาติที่โด่ดเด่นเป็นที่นิยม

– เทคโนโลยีการผลิตผลไม้แช่แข็งของไทยระดับสูงมากกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิถาคที่มีสินค้าประเภทเดียวกัน

– โรงงานผลิตสินค้าด้วยระบบคุณภาพที่มีมาตรฐานสูง

–  จัดทำและโปรโมทเว็บไซต์ที่ญี่ปุ่น  https://mangosteen.efood-markets.com/

จุดอ่อน ( weaknesses)

– ขาดเทคโนโลยีระดับที่พัฒนาแล้วทั้งด้านในการขนส่งบรรจุภัณฑ์รวมไปถึงการขนส่งที่เหมาะสมหน่วยงานการผลิตสูงสินค้าและคุณภาพไม่ได้ตามที่ตลาดต้องการ

– ทีมขาดความเชี่ยวชาญและชำนาญด้านการส่งออก

โอกาส ( opportunities)

– ญี่ปุ่นเน้นส่งเสริมสินค้าเกษตรคุณภาพสูง

– ผลไม้ไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาดญี่ปุ่น

– สำหรับสับปะรดจากไทย ขนาดไม่เกิน 900 กรัม จะสามารถใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ JTEPA นั้น ขณะนี้ สับปะรดภูแลได้รับความสนใจจากผู้นำเข้า และผู้ค้าปลีกรายใหญ่ เช่น AEON JUSCO เนื่องจากผลมีขนาดเล็กสามารถจำหน่ายทั้งผลในราคาไม่แพง และรสชาติเป็นที่พอใจ จึงเป็นผลไม้อีกประเภทที่มีโอกาสขยายตลาดได้มากในญี่ปุ่น

อุปสรรค์ ( threats)

– ญี่ปุ่นเข็มงวดเรื่องนำเข้าผักผลไม้อย่างมาก

– ค่าขนส่งราคาสูงทำให้ผลไม้มีราคาแพง

– การเก็บรักษาต้องอยู่ในอุณภมิที่กำหนดในแบบฟิตในตู้เก็บความเย็น -18 ถึง -30 องศาเซลเซียล

-มาตรการด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี

-ญี่ปุ่นมีกฎหมายควบคุมการนำเข้าผลไม้สด คือ กฎหมายป้องกันโรคพืช (Plant Protection Law) กฎหมายสุขอนามัยของอาหาร (Food Sanitation Law) และกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานและการปิดฉลากของสินค้าเกษตร และป่าไม้ (The Law Concerning Standardization and Proper Labeling of Agriculture and Forestry Product) สรุปข้อกำหนดสำคัญในการนำเข้า ดังนี้

Click Open ⇒ ขั้นตอนการส่งออกผัก ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง


ช่องทางการติดต่อ

Mail: info@yt-crypto.com

Tel :  02-8215885, 097-2652936

บริษัท วาย. ทีคริปโตแมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด

สำนักงานใหญ่ 173 / 36-173 / 37 ตึกแถวชั้น 27

ถนนสาทรใต้แขวงทุ่งมหาเมฆเขตสาทรกทม. 10120

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105561196935

Translate »