เลี้ยงปลานิล ในสวน แบบเศรษฐกิจพอเพียง Raising tilapia in a sufficiency economy garden

เลี้ยงปลานิลในสวน แบบธรรมชาติ 240,000 ตัว/ปี Tilapia farming in the natural garden 240,000 heads/year

keng Asia August 4, 2021 at 3:10 pm
0 Yasuda Credit
Pledged of 10,076 Yasuda Credits goal
0
Backers
  • Description
  • Backers

เลี้ยงปลานิล ในสวน แบบเศรษฐกิจพอเพียง

( Raising tilapia in a sufficiency economy garden )

EGG GATHER creates borderless investment business

No matter where you are in the world, you can invest with EGG GATHER

EGG GATHER สร้างธุรกิจการลงทุนไร้พรมแดน

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลกคุณสามารถลงทุนกับ EGG GATHER

บริเวณพื้นที่ในสวน10ไร่

Area in the garden 10 rai

ประวัติเมืองแปดริ้ว

ฉะเชิงเทราหรือ แปดริ้ว เป็นจังหวัดในภาคกลางมีประวัติปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน อยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและลำคลองทั่วไป โดยมี “หลวงพ่อโสธร” เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้ว

ในอดีตฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองจัตวาอยู่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ต่อมาได้ขึ้นอยู่ในสังกัดกรม มหาดไทย และคงอยู่เช่นนี้เรื่อยมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 เมื่อทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแผ่นดินใหม่ เมืองฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่งใน มณฑลปราจีนบุรี และในปี พ.ศ. 2459 จึงได้เปลี่ยนจากเมืองเป็นจังหวัด เรียกว่า “จังหวัดฉะเชิงเทรา” คำว่า “ฉะเชิงเทรา” เป็นภาษาเขมร แปลว่า คลองลึก ส่วนชื่อ “แปดริ้ว” นั้น ได้มาจากคำบอกเล่าต่อกันมาว่า ในเมืองนี้มีปลาช่อนขนาดใหญ่ชุกชุม เมื่อนำมาตากทำเป็นปลาแห้งจะต้องแล่เนื้อปลาถึง 8 ริ้ว ฉะเชิงเทรา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 80 กม. มีพื้นที่ 5,351 ตรกม.

การปกครอง

แบ่งออกเป็น 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอพนมสารคาม อำเภอสนามชัยเขต อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น อำเภอท่าตะเกียบ และกิ่งอำเภอคลองเขื่อน

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดชลบุรี และจันทบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสระแก้ว
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพฯ

การเดินทาง

  • รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ 3 เส้นทาง คือ
  1. จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 ( กรุงเทพฯ – มีนบุรี – ฉะเชิงเทรา ) ระยะทาง 75 กิโลเมตร
  2. จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 34 ( ถนนสายบางนา – ตราด ) จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 314 ( บางปะกง – ฉะเชิงเทรา ) ระยะทาง 90 กิโลเมตร
  3. จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 3 ( ผ่านสมุทรปราการ – บางปะกง ) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 314 ระยะทาง 100 กิโลเมตร
  • รถโดยสารประจำทาง มีทั้งรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ ออกจากจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) ตั้งแต่เวลา 04.30 น.- 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2)โทร. 0 2936 2852–66 ต่อ 311, 442 ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง หรือถ้าต้องการเดินทางรถโดยสารประจำทางที่ใช้เส้นทางมอร์เตอร์เวย์โทร 0 2936 4041 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที มีรถออกตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 17.30 น.นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) โทร. 0 2391 2504 มีรถออกตั้งแต่เวลา 05.00 น.- 21.30 น หรือ สถานีขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 0 3851 4482
  • รถไฟ มีบริการรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพง ไปฉะเชิงเทราทุกวัน วันละ 11 ขบวน เที่ยวแรก 05.10 น. – เที่ยวสุดท้าย 18.05 น. ค่าโดยสาร 13 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือ 1690 หรือ เว็บไซต์ www.srt.or.th
  • ฉะเชิงเทราหรือที่เรารู้จักกันดีว่า “เมืองแปดริ้ว” เมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ยังคงอบอวลด้วยวิถีชีวิตแห่งธรรมชาติ เรียบง่าย ท่ามกลางสายน้ำบางปะกง ที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่คอยทำหน้าที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตเหล่านี้ให้คงอยู่ ทั้งยังมากมายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เที่ยวง่าย เดินทางก็สะดวก ทั้งวัดวาอาราม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ พร้อมให้คุณได้เข้าไปสัมผัส ว่าแล้วก็ไม่รอช้า…ออกตระเวนหาที่เที่ยวฉะเชิงเทราสักที่ แล้วไปเที่ยวพักผ่อนกันดีกว่า1. วัดโสธรวรารามวรวิหาร

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา
    ภาพจาก MTS_Photo / shutterstock.com

    วัดสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ “หลวงพ่อพุทธโสธร” พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้ว และคนต่างบ้านต่างเมืองมาแต่อดีตกาล สร้างขึ้นโดยฝีมือของช่างล้านช้าง เชื่อกันว่าพระพุทธรูปรูปองค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ดลบันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร อุดมสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สำหรับสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะในส่วนของวิหารจำลอง เนื่องจากทางคณะกรรมการวัดมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมและคับแคบ แล้วสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ พร้อมกับอัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้เพื่อเปิดให้ประชาชนได้นมัสการตามปกติ

    ที่อยู่ : ถนนเทพคุณากร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

    2. ศาลหลักเมือง

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา

    ตั้งอยู่ที่ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2377 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และเพื่อคุ้มครองบ้านเมืองกับประชาชนให้พ้นจากภัยสงครามและภัยอันตรายทั้งปวง ภายในศาลมีเสาหลักเมือง 2 เสา เสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองเก่า สร้างเมื่อ พ.ศ. 2377 อีกเสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองปัจจุบัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2438 ในแต่ละวันจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นจำนวนมาก

     ที่อยู่ : ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

    3. อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา

    ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำโจ้โล้ ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ทรงมีชัยเหนือทัพพม่า สามารถปกป้องแผ่นดินไทยเอาไว้ได้ ทั้งนี้บริเวณโดยรอบพระสถูปเจดีย์เป็นพื้นที่โล่งกว้าง มีระเบียงริมน้ำ ท่าน้ำเล็ก ๆ สำหรับผู้ที่ล่องเรื่องท่องเที่ยวมาจากตลาดบางคล้า ได้แวะขึ้นมากราบสักการบูชา มีธูปเทียนตั้งไว้สำหรับผู้ที่ต้องการจุดบูชา พร้อมคำบูชา

    ที่อยู่ : ตำบลบางคล้า อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

    4. วัดสมานรัตนาราม

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา
    ภาพจาก Thanatip S. / shutterstock.com

    วัดสมานรัตนาราม หรือเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยว “วัดพระพิฆเนศ” มีไฮไลต์อยู่ที่องค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข เนื้อองค์เป็นสีชมพู ทั้งยังเป็นพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีผู้ใดมาขอพรก็มักจะสุขสมหวังได้ดังใจปรารถนา และภายใต้ฐานพระพิฆเนศ เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเกี่ยวกับพระพิฆเนศปางต่าง ๆ พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเช่าพระพิฆเนศไปบูชาที่บ้านได้อีกด้วย

     ที่อยู่ : ถนนองค์การบริหารส่วนตำบล ฉะเชิงเทรา 2012 ตำบลก้อนแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
     เฟซบุ๊ก : วัดสมานรัตนาราม
     เว็บไซต์ : watsaman56.com

    5. วัดโพรงอากาศ

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา

    สักการะองค์พระพิฆเนศปางนั่งประทานพรขนาดใหญ่ ผิวเนื้อเป็นสีชมพู ถ้าสังเกตให้ดี บนด้านหน้าหมวกนั้นมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ซึ่งคือองค์หลวงพ่อโสธรจำลอง หากแต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้องค์พระพิฆเนศวร เห็นจะเป็นพระอุโบสถมหาเจดีย์ มีลักษณะเป็นอาคารปูน และมีการนำพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย มาประดิษฐานไว้ที่นี่ รวมถึงยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองที่มีชื่อเสียง เช่น หลวงพ่อโสธร, หลวงพ่อวัดบ้านแหลม, หลวงพ่อโต, หลวงพ่อวัดไร่ขิง และหลวงพ่อวัดเขาตะเกรา ไว้ให้ประชาชนได้สักการบูชา

    ที่อยู่ : ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหหวัดฉะเชิงเทรา

    6. อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา
    ภาพจาก Boonyarit Tungvanitgapong / shutterstock.com

    เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพิฆเนศองค์ยืน เนื้อสำริด ประติมากรรมที่โดดเด่นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ท่ามกลางธรรมชาติของสวนเกษตรแห่งอำเภอคลองเขื่อน พระหัตถ์ทั้งสี่ถือกล้วย อ้อย มะม่วง ขนุน ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดิน นอกจากนี้โดยรอบบริเวณใกล้ฐานองค์พิฆเนศ ยังมีสิ่งสักการะอีกมากมาย เช่น พระพิฆเนศปางอัษฏคเนชา, พระศิวะมหาเทพ, พระศรีอุมาเทวี และพระพิฆเนศประจำวัน สีต่าง ๆ รวมถึงยังมีเทพต่าง ๆ ตามความเชื่อของจีน เช่น เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ปางบุ๋น), พระแม่กวนอิมปางพันกร และพระกษิติครรภโพธิสัตว์ หรือตี่จั่งอ๊วง เป็นต้น

    ที่อยู่ : ถนนคสล. หมู่ 4 ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
     โทรศัพท์ : 038 086 479
     เฟซบุ๊ก : Ganesh Thailand พระพิฆเนศ องค์ยืน คลองเขื่อน ฉะเชิงเทรา
     เว็บไซต์ : ganeshthailand.com

    7. วัดปากน้ำโจโล้

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา

    ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง อำเภอบางคล้า สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ครั้งเมื่อพระเจ้าตากสินนำทัพผ่านเพื่อไปตีเมืองจันทบุรี ปรากฏเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยอุโบสถสีทองทั้งหลัง เสาเป็นงานปูนรูปยักษ์ ใบเสมาอยู่บนซุ้มสีทอง บันไดทางขึ้นเป็นรูปคชปักษา (หัวเป็นช้าง ลำตัวคล้ายกับนกและครุฑ) นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังทำเป็นทางให้นักท่องเที่ยวได้เดินลอดใต้ฐานพระประธานเพื่อความเป็นสิริมงคล

    ที่อยู่ : ตำบลบางคล้า อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

    8. วัดชมโพธยาราม

    วัดเพียงแห่งเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีการก่อสร้างสังเวชนียสถานครบทั้ง 4 ตำบล เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ โดยสังเวชนียสถานทั้ง 4 นั้นประกอบด้วย อุทยานลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า, พุทธคยาเจดียอันเป็นสถานที่ตรัสรู้, เจดีย์ปฐมเทศนา สถานที่แสดงธรรม และสุดท้ายคือสถานที่ปรินิพพาน สร้างเป็นอาคารโดมขนาดใหญ่ วัดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวัดน่าสนใจ สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรูเรื่องราวประวัติองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เป็นอย่างดี

    ที่อยู่ : ตำบลโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
     เฟซบุ๊ก : วัดชมโพธยาราม

    9. วัดอุภัยภาติการาม (วัดซำปอกง)

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา
    ภาพจาก Bubbers BB / shutterstock.com

    เป็นที่ประดิษฐาน “เจ้าพ่อซำปอกง” ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 3  องค์เท่านั้น คือ วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี และวัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพบูชาแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะเป็นวัดลัทธิมหายาน จึงแฝงไว้ด้วยคติความเชื่อแบบวัดจีน ดังจะเห็นว่าภายในวิหารมีเทพเจ้าต่าง ๆ อย่างพระโพธิสัตว์กวนอิม, พระอรหันต์ และเทพเจ้าที่สำคัญอื่น ๆ ของชาวจีน ที่เชื่อกันว่าหากใครมาเคารพบูชาจะนำโชคดีมาให้แก่ผู้นั้น

    ที่อยู่ : ถนนศุภกิจ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

    10. วัดพระธาตุวาโย (วัดห้วยน้ำทรัพย์)

    ความโดดเด่นอยู่ที่องค์พระมหาธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังประดับด้วยกระจก สีเหลือง น้ำเงิน ขาว และมีความสูงถึง 50 เมตร เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้โดยรอบรวมถึงอ่างเก็บน้ำลาดกระทิงในระยะไกลบนชั้นที่สองและสามภายในองค์พระเจดีย์ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพไว้ที่ระลึกกันอยู่เสมอ

    ที่อยู่ : ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

    11. วัดสัมปทวนนอก

    ตื่นตากับงานปูนปั้นที่เล่าขานอดีตของฉะเชิงเทราได้อย่างน่าสนใจ โดยเจ้าอาวาสวัดสัมปทวน พระพุทธิรังสีมุนีวงศ์ (ฮ้อ) เป็นผู้ดำริเรื่องนี้ขึ้นมา โดยภาพปูนปั้นที่เล่าเรื่องเมืองฉะเชิงเทรา จะอยู่ทางทิศใต้ของพระอุโบสถ บอกเล่าสภาพพื้นที่ของเมืองฉะเชิงเทรา บริเวณหมู่บ้านที่สร้างวัด ตลอดจนสภาพชีวิตของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำบางปะกง เช่น การตั้งบ้านเรือน การแต่งกาย การคมนาคม เครื่องมือเครื่องใช้ และการดำรงชีวิตประจำวัน เป็นต้น หากอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของเมืองฉะเชิงเทราผ่านลวดลายปูนปั้นอันละเมียดไม ต้องมาชมที่วัดนี้วัดเดียวเท่านั้น

    ที่อยู่ : ถนนพานิช ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

    12. วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์)

    วัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ทั้งยังเคยเป็นสถานที่ประหารชีวิตอั้งยี่ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีสิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมากมาย ได้แก่ หอระฆังเก่าที่สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2478, ศาลกรมหลวงรักษ์รณเรศ ศาลเจ้าขนาดเล็กสร้างขึ้นตามศิลปะแบบจีน, พระอุโบสถหลังเก่าที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำบางปะกง และพระวิหารซึ่งมีมุขเด็จด้านหน้าและด้านหลัง ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระประธานและพระพุทธรูป พร้อมกับมีรอยพระพุทธบาทจำลองหล่อด้วยสำริด และมีภาพมงคล 108 ที่หล่อขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พร้อม ๆ กับการสร้างกำแพงเมืองฉะเชิงเทราในอดีต

    ที่อยู่ : ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

    13. วัดเขาดิน

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา

    เป็นวัดเพียงหนึ่งเดียวในอำเภอบางปะกงที่ตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็ก ๆ ทำให้วัดเขาดินนั้นรายล้อมด้วยธรรมชาติงดงามและทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสบายใจสดชื่นทุกครั้งราวกับต้องมนต์อย่างน่าประหลาดใจ ภายในวัดแห่งนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ พระอุโบสถ งดงามด้วยภาพเขียนพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า, พระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนม์พรรษา ตั้งอยู่บนยอดเขาจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันอย่างมากมาย, มณฑปเก่า มีการสันนิษฐานว่าเป็นอนุสรณ์สถานที่พักกองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, อาคารยานภัณฑ์ศรัทธา เป็นประดิษฐานพระพุทธอภัยทานให้ประชาชนได้สักการะ ส่วนชั้นที่สองเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อพุทธโสธรจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก และศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก เป็นศาลที่ศักดิ์สิทธิ์ชาวบางปะกงให้ความเคารพนับถือ

    ที่อยู่ : ตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

    14. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา
    ภาพจาก museumthailand.com

    หนึ่งในหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนจากจำนวน 5 แห่งในภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา ขอนแก่น และพิษณุโลก โดยเน้นให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เรื่องดาราศาสตร์ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวิชาการ มีอาคารท้องฟ้าจำลองสำหรับฉายท้องฟ้าจำลองด้วยระบบดิจิตอลความละเอียดสูง รองรับผู้เข้าชมได้ครั้งละ 50 คน มีห้องนิทรรศการ จัดแสดงเกี่ยวกับดวงดาวต่าง ๆ ด้านหลังเป็นอาคารหอดูดาว มีกล้องโทรทรรศน์หลายขนาดและลานสำหรับจัดกิจกรรมดูดาว นักท่องเที่ยวคนไหนมีความสนใจด้านดาราศาสตร์ จะพลาดที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด

    เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. (วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น.) โดยจะมีการฉายท้องฟ้าจำลองวันอังคาร-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.00-12.00 น. และ 15.00-16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-11.00 น. และ 14.00-15.00 น.
    ที่อยู่ : หมู่ 6 ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
     เบอร์โทรศัพท์ : 084 088 2264
     เฟซบุ๊ก : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา

    15. ตลาดบ้านใหม่

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา
    ภาพจาก jack_photo / shutterstock.com

    ตลาดโบราณริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงอายุกว่า 100 ปี สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตผู้คน กับชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำมาเก่าแก่ ตั้งแต่ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัส ตลาดบ้านใหม่ นอกจากอาหารการกินแล้ว นั่นคือ อาคารบ้านเรือน ที่แสดงบรรยากาศของอดีตได้เป็นอย่างดี โดยการเป็นแผ่นไม้กระดานที่ปลูกสร้างให้ชิดติดกับริมลำน้ำ และยังคงสภาพเดิม ๆ ตั้งแต่ครั้งนั้นมาได้อย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์และละครอยู่เสมอ

    เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวักหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.
     ที่อยู่ : ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
     เฟซบุ๊ก : ตลาดบ้านใหม่ ๑๐๐ ปี

    16. ตลาดน้ำบางคล้า

              ตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงในจังหวัดฉะเชิงเทรา นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจะสัมผัสกับวิถีชีวิตพ่อค้าแม่ขายริมแม่น้ำบางปะกง โดยจะเป็นโป๊ะยื่นลงสู่แม่น้ำ พลาดไม่ได้กับการช้อปของกินอร่อย ๆ หรือจะเป็นพวกสินค้า OTOP ก็มีให้เลือกซื้อหา เช่น น้ำตาลสด, มะม่วง ผักและผลไม้ตามฤดูกาล เป็นต้น และที่พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดนั่นคือการได้ลิ้มลองความอร่อยของกุ้งแม่น้ำ ปลาเผา หรือจะเป็นอาหารทะเล ปลาหมึกย่าง หอยต่าง ๆ ที่นี่ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยเช่นกัน รับรองเลยว่าทานไปฟินไปอย่างแน่นอน

    เวลาเปิด-ปิด : วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-16.00 น.
    ที่อยู่ : ถนนซอยเทศบาลพัฒนา 1 ตำบลบางคล้า อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

    17. ตลาดโบราณนครเนื่องเขต

    ตลาดโบราณที่พาทุกคนย้อนเวลากลับไปร่วมร้อยปี เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของชุมชนริมคลองเนื่องเขตในอดีต ซึ่งเป็นลำคลองที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ในยุคนั้นสองฟากฝั่งคลองกระหนาบไปด้วยเรือนไม้และตลาดการค้าระหว่างชุมชนชาวไทย-จีน โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การเดิน ชม ช็อป และชิมของอร่อยท่ามกลางบรรยากาศของเรือนไม้โบราณ เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ขนมโบราณ และขนมจีน (ที่มาพร้อมน้ำยาหลากหลายรส) เป็นต้น

     เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.
      ที่อยู่ : นครคลองเนื่องเขต 12 ตำบลคลองนครเนื่องเขต อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
      โทรศัพท์ : 081 930 8695
      เฟซบุ๊ก : ตลาดโบราณนครเนื่องเขต

    18. ตลาดเก่าคลองสวน 100 ปี

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา
    ภาพจาก Sombat Muycheen / shutterstock.com

    ตลาดสุดคลาสสิค ตั้งอยู่ในเขต 2 จังหวัด (สมุทรปราการ-ฉะเชิงเทรา) มีสะพานไม้เล็ก ๆ ข้ามคลองประเวศน์บุรีรมย์เป็นเขตแดน ไม่ว่าใครที่มาเที่ยวที่นี่ เป็นต้องไม่พลาด “เป็ดพะโล้” ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ หรือ เป็ดพะโล้เป็นตัว ๆ ขอบอกได้คำเดียวว่าอร่อยจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีของกินอร่อยขึ้นชื่ออีกมากมาย เช่น ไข่เค็ม, กุนเชียง, แคบหมู, ขนมเปี๊ยะ หรือจะเป็นพวกเบเกอรี ก็มีให้เลือกเอาไว้เป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

     เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00น.
    ที่อยู่ : ถนนเทพราช-อ่อนนุช ตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
     เฟซบุ๊ก : ตลาดเก่าคลองสวน100ปี ฉะเชิงเทรา

    19. สวนปาล์มฟาร์มนก

    สถานที่แหล่งรวบรวมสายพันธุ์นกแก้วไว้มากที่สุดในเมืองไทย ท่ามกลางบรรยากาศของสวนปาล์ม ที่นี่มีนกแก้วมากกว่า 2,000 ตัวและมากกว่า 80 สายพันธุ์ที่หาดูได้ยาก นอกจากจะเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของเหล่าบรรดานกแก้วแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อีกมากมาย เพื่อเสริมสร้างความรู้ และยังมีห้องเรียนเกษตรเชิงปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะสัมผัส การปลูกและการเก็บเกี่ยวภายในสวนปาล์มฟาร์มนกแห่งนี้อีกด้วย

     เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30-17.00 น.
      ที่อยู่ : ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
       เบอร์โทรศัพท์ : 080 587 1911, 081 868 1174, 081 372 1196
        เฟซบุ๊ก : Suanpalm farmnok
       เว็บไซต์ : suanpalmfarmnok.com

    20. มินิ มูร่าห์ ฟาร์ม

    ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา

    ฟาร์มควายนมเชิงท่องเที่ยวและร้านอาหารสไตล์ FARMMADE มีจุดเด่นอยู่ที่ควายนมสายพันธุ์มูร่าห์ โดยเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อการเรียนรู้วิถีชาวฟาร์ม เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อปรูปแบบต่าง ๆ เช่น ทำพิซซ่าทานเอง, ทำไอศครีมนมมูร่าห์, ทำเนย/แพนเค้ก, ดำนาปลูกข้าว และปลูกผักออร์แกนิกโดยใช้ผลิตภัณฑ์จากนมควายซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูง ท่ามกลางบรรยากาศชนบทที่สามารถเรียนรู้และสัมผัสสัตว์ชนิดต่างๆ ภายในฟาร์มได้อย่างใกล้ชิด

     เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. และวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.
     ที่อยู่ : ถนนหนองแบน-ท่าข้าม ตำบลสิบเอ็ดศอก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
     เบอร์โทรศัพท์ : 081 819 2819
     เฟซบุ๊ก : Mini Murrah Farm

    โอ้โห !!! ฉะเชิงเทรามีที่เที่ยวมากมายขนาดนี้เลยเหรอคะ แต่แอบกระซิบบอกตรงนี้เลยค่ะว่า ยังมีที่เที่ยวฉะเชิงเทราที่น่าสนใจอีกมากมาย ถ้าจะให้บอกตรงนี้ก็คงบอกไม่หมดแน่ ๆ แต่ถ้าจะให้ดี วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ใครที่คิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ลองแวะมาเที่ยวฉะเชิงเทรากันเยอะ ๆ นะ ^ ^

    รายละเอียดโครงการเลี้ยงปลานิลในร่องสวน จังหวัดฉะเชิงเทรา 

    Details of the tilapia farming project in Rong Suan, Chachoengsao Province

     

    ร่องสวน8ร่อง 1ร่องใส่ลูกปลานิล5,000ตัว X 8ท้องร่อง = 40,000ตัว

  • 8 grooves, 1 groove, 5,000 tilapia balls X 8 grooves = 40,000 pieces
  •  ลูกปล่นิล jasmine

ลูกปลาดุกบิ๊กอุย big catfish

1.ระยะเวลาการเลี้ยง ประาณ 4-5เดือน ขนากปลา 2ถึง3ตัว/kg

Lifespan is about 4-5 months, fish size 2-3/kg.

2.ปล่อยลูกปลานิลประาณ 40,000 ตัว ลงในร่องสวน 8ร่อง

 Release about 40,000 baby tilapia into 8 gard

ลูกปลานิลที่นำมาเลี้ยงในบ่อ  Baby tilapia raised in a pond

3.ค่าใช้จ่ายค่าอาหารปลาต่อเดือนประมาณ1,200 บาท/ปลา40,000 ตัว หรือ 1,200บาท x 4= 4,800 บาท

The cost of fish feed per month is about 1,200 baht/fish 40,000 or 1,200 baht x 4= 4,800 baht

4.ค่าอุปกรณ์อวนกั้นปลาทำครั้งเดียว ประมาณ 2,000 บาท

One time fishing net is about 2,000 baht.

( รวมค่าใช้จ่าย 6,800 บาท/4เดือน ) Total expenses 6,800 baht/4 months

( Total expenses 6,800 baht / 4 months ) Total expenses 6,800 baht / 4 months

( คำนวนราคาขายปลา ไซร์3ตัา/kg ) Calculate the selling price of fish, size 3 pieces/kg

-ราคาขายปลาสด 35บาท ถึง 40บาท/kg Selling price of fresh fish: 35 baht to 40 baht/kg.

-ปลา40,000ตัว จะได้ประมาณ 13,340 kg x 35 บาท = 466,900 บาท / 4 เดือน

40,000 fish will get about 13,340 kg x 35 baht = 466,900 baht / 4 months

ต้นทุน 68,000 – รายได้466.900 = (กำไร460,100 บาท / 4 เดือน )

Cost 68,000 – Income 466.900 = (Profit 460,100 baht / 4 months)

( การแปรรูปปลาสดมาทำปลาแดดเดียว )

Processing fresh fish to make sun-dried fish 

ปลาสดที่นำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูณค่า  Processed fresh fish for added value

นำปลาที่หมักแล้วมาแตกแดดประมาณ 2ชั่วโมง

  Put the marinated fish in the sun for about 2 hours.

     นำมาบรรจุในถุงชีลสูญญากาศ  Packed in vacuum sealed bags

1.ปลาสด 1kg  เมื่อมาแปรรูปนำปลามาแตกแห้งน้ำหนักจะเหลือ 0.5kg

Fresh fish 1 kg. When processed, fish will be separated to dry, weighing 0.5 kg.

2.ผลผลิตปลาสดทั้งหมดประมาณ 13,340 kg เมื่อนำมาตากแห้ง จะเหลือประมาณ 6,670 kg 

The total fresh fish yield was approximately 13,340 kg when dried. will be about 6,670 kg.

ราคาขายปลาแดดเดียวแตกแห้ง Selling price of sun dried fish

Selling price of sun dried fish

ปลาแดดเดียว 1kg = 90บาท One sun fish 1kg = 90 baht

ผลผลิตปลาแดดเดียวแตกแห้งทั้งหมด 6,670kg x 90บาท = 600,300บาท / 4เดือน

Dried fish total 6,670 kg x 90 baht = 600,300 baht / 4 months

ต้นทุน68,000บาท – รายได้,600,300บาท =  (กำไร532,300บาท / 4เดือน )

Cost 68,000 baht – Income,600,300 baht = (Profit 532,300 baht / 4 months )

                                                                  

Translate »